วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำมันปลากับหวัใจ


ว้าว มีอีกหนึ่งข้อดีของน้ำมันปลามาฝากคะ เพราะนอกจากจะ 
บำรุงสายตาดูแลหัวใจ และเสริมสร้างสมองแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างยิ่ง
ต่อผู้ป่วยโรคหัวใจที่ทำบายพาสอีกด้วย 
โดยทีมวิจัยจากโปแลนด์เผยว่า หลังการทดลองให้ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

ที่ใส่ขดลวดเพื่อขยายหลอดเลือด หรือบายพาส
ได้กินน้ำมันปลาแคปซูลวันละ 1,000 มิลลิกรัม เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ ไม่ได้กินน้ำมันปลา
พบว่ากลุ่มแรกที่กินน้ำมันปลา มีโอกาสเสี่ยงภาวะเลือดเหนียวข้น
จนหลอดเลือดตีบ น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กินถึงร้อยละ 15 เลยทีเดียว 
เพราะน้ำมันปลาจะเข้าไปควบคุม การสร้างโปรตีนทรอมบิน (Trombin) 
ที่ตามปกติจะทำงานเมื่อเกิดบาดแผล เมื่อทรอมบินหลั่งน้อยลง 
ความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด ก็น้อยลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยย้ำว่า น้ำมันปลาเป็นเพียงตัวช่วยเสริมการรักษา
ไม่ใช่วิธีการรักษาหลักนะคะ 

*********************

ขอคุณข้อมูลอ้างอิง : Journal of the American Heart Association

ตะขบซูเปอร์เบอร์รี่ไทย




*****************



 *********************


 ************
 
มีข้อมูลดีๆ จากกรมอนามัยมาฝากค่ะ เผื่อใครที่ยังไม่ทราบ
ว่าผลไม้พื้นบ้านผลสีแดงสดรสชาติหอมหวาน
อย่างตะขบจะมีประโยชน์เกินคาดได้ขนาดนี้
จากการวิเคราะห์ปริมาณเส้นใยอาหาร น้ำตาลและแร่ธาตุ
ในผลไม้กว่า 30 ชนิดในท้องตลาด พบว่าตะขบมีเส้นใยอาหารสูงเป็นอันดับหนึ่ง
โดยกินขาดฝรั่งแป้นสีทองถึงสองเท่า แถมยังให้พลังงานสูงพอๆกับมะม่วงเขียวเสวย
และยังมีโพแทสเซียม สูงกว่าเชอร์รี่และน้ำมะพร้าว
นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแคลเซียม และฟอสฟอรัสอีกต่างหาก
คุณสมบัติเลอเลิศขนาดนี้ ใครที่ปลูกต้นตะขบอยู่ที่บ้าน
อย่าลืมเด็ดผลสุกมารับประทาน เพิ่มประโยชน์แก่ร่างกายบ้างนะคะ
เคยชอบทานตอนสมัยเด็กๆ พอโตมาแล้วไม่ค่อยได้ทาน
เพราะหาทานยาก ส่วนใหญ่ในเมืองมักไม่ค่อยปลูก 
พออ่านเจอข้อมูลนี้ เลยนำมาแบ่งปัน เพราะเชื่อว่าหลายๆคน
คงไม่คิดว่าผลไม้พื้นบ้านของไทย ก็มีประโยชน์ไม่แพ้ผลไม้ที่มาจากเมืองนอก
แถมราคายังถูกกว่ากันเยอะมาก อย่าลืมไปหาทานกันนะคะ 
รับรองได้คุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอน Confirm ค่ะ

***********

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข


เพื่มพลังด้วยน้ำมะพร้าว






นอกจากรสชาติหวานอร่อยที่มาพร้อมความสดชื่นแล้ว
คุณค่าสารอาหารมากมายในน้ำมะพร้าวยังไปแตะตา
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (FAO)
จนถูกแนะนำให้เป็นเครื่องดื่มชดเชยเกลือแร่กันเลยทีเดียว
โดยการดื่มน้ำมะพร้าวเพียงหนึ่งลูก จะช่วยฟื้นฟูร่างกาย
หลังการออกกำลังกายและอาการท้องเสียได้
เพราะในน้ำมะพร้าวที่เฉาะใหม่ๆ นั้นมีเกลือแร่และวิตามินในปริมาณสูง
โดยเฉพาะวิตามินบี วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม
โพแทสเซียม และไฟโตเอสโทรเจน แถมในทางอายุรเวท 
น้ำมะพร้าวยังจัดเป็นยาเย็น ที่ช่วยล้างพิษและขับของเสียออกจากร่างกายอีกด้วย
อย่างไรก็ดี วิธีนี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตและเบาหวานนะคะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : Health  & Cuisine

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อาหารเสริมสร้างสมอง

เพราะสมองของคนเราเป็นอวัยวะสำคัญอันดับต้นๆและมีอยู่หนึ่งเดียว
การดูแลสมองให้แข็งแรงเสมอ จึงเป็นเรื่องไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง
มาดูกันว่าอาหารจะช่วยดูแลสมองเราได้อย่างไรบ้าง

****************************
1. ซ่อมแซมเซลล์สมอง ด้วยกรดไขมันโอเมก้า -3 ที่พบมากในปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาโอ
ปลาเก๋า ปลาทู ปลากะพง รวมทั้งปลาช่อนน้ำจืด เป็นต้น เพราะจะช่วยเสริมสร้าง
และซ่อมแซมผนังเซลล์ประสาทสมอง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ 
การรับส่งสัญญาณประสาท หรือเรียกง่ายๆว่า ทำให้เราหัวไวขึ้นนั่นเอง



*************



2. เพิ่มพลังสมอง ด้วยโปรตีนคุณภาพอย่างถั่ว และถั่วเปลือกแข็ง นอกจากจะเป็นโปรตีน
ย่อยง่ายแล้ว ยังให้พลังงานสูง แต่ไม่ทำให้อ้วน และที่ขาดไม่ได้เช่นกันคือ 
วิตามินบี 2 ซึ่งพบมากในนมสด ความสำคัญอยู่ที่เป็นแหล่ง
สร้างพลังงานหลักแก่สมอง




3. ลดเครียดให้สมอง ด้วยการกินกล้วย โดยเฉพาะกล้วยหอม อันเป็นแหล่งของสาร
ทริปโตแฟนหรือกรดแอมิโนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายจะเปลี่ยน
ให้เป็นสารแห่งความสุขหรือเซโรโทนินได้




4. เพิ่มการส่งสัญญาณสมอง ด้วยการกินไข่ โดยไข่ 1 ฟองนั้น มีสารอาหารมากมาย
โดยเฉพาะเลซิทินที่มีส่วนช่วยสำคัญ ในกระบวนการส่งสัญญาณประสาท
เด็กและวัยรุ่นควรกินไข่วันละ 1 ฟอง ส่วนผู้ใหญ่ควรกินสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง




5. สมองอ่อนเยาว์ ด้วยอะโวคาโด เพราะในเนื้ออะโวคาโด อุดมไปด้วยวิตามินอี
ที่นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้อ่อนวัยแล้ว ยังช่วยดูแลสมองให้อ่อนเยาว์เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่า วิตามินอียังทำให้สมองของคุณฉลาดล้ำกว่าคนอื่นได้ด้วยนะ




เลือกทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันนี้และวันหน้า
ร่างกายที่แข็งแรงนำมาซึ่งความสุข ปลอดภัยและห่างไกลจากโรคต่างๆ
อยากมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง อย่าลืมมาสนใจดูแลตัวเอง
ก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ เพราะร่างกายย่อมเสื่อมลงตามวัย
ถ้าเราไม่ดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ ความเสื่อมของร่างกาย
อาจมาถึงเราก่อนวัยอันควร Confirm คะ


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง :  Health & Cuisine 

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปิ้ง ย่าง อย่างไรห่างไกลมะเร็ง


แม้ว่าการปิ้ง ย่าง จะถูกระบุว่าเป็นกรรมวิธีการปรุงอาหาร
ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อมะเร็ง แต่การปิ้ง ย่าง ก็เป็นการปรุงอาหาร
ที่ทำให้ไม่ต้องได้รับไขมันเพิ่มจากน้ำมัน เหมือนกับการปรุงด้วยการทอด
วิธีที่ฉลาดคือ พยายามเลี่ยงไม่ให้อาหารไหม้เกินไป และปิ้ง ย่าง 
โดยลดปริมาณน้ำมัน ที่จะหยดลงไปบนถ่านไฟแดงๆ เพราะควันที่ลอย
กลับมาเกาะที่เนื้อสัตว์นั้น เป็นตัวการก่อมะเร็ง ได้พอๆกับในส่วนที่ไหม้
และแม้ว่าการตัดส่วนที่ไหม้เกรียมออกไปนั้น จะไม่ได้ช่วยป้องกันได้ทั้งหมด
แต่ก็ดีกว่าส่วนที่ไหม้ไฟ นอกจากนั้นภาชนะ ที่ผ่านการปิ้งย่างเนื้อสัตว์ จะมีคราบสีดำ
ติดอยู่ต้องล้างทำความสะอาดให้หมดก่อนจะนำกลับมาใช้ใหม่
หากรักจะกินอาหารปิ้ง ย่าง ต่อไป ก็ต้องรู้จักวิธีการเลี่ยงรับ สารก่อมะเร็งให้น้อยที่สุด




****************************


ข้อมูลอ้างอิง วารสาร : Healthy  Living 



เปลือกผลไม้ต้านโรค


เปลือกผลไม้มีประโยชน์แน่นอน ก่อนปอกเปลือกทิ้ง 
ลองพิจารณาผลการวิจัยนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย 
เผยข้อมูลการวิจัยสารพฤกษเคมีในเปลือกผลไม้
พบผลไม้หลายชนิดมีประโชยน์กว่าเมื่อกินทั้งเปลือก
โดยเปลือกแอ๊ปเปิ้ลนั้น เชื่อว่ามีฤทธิ์ต้านมะเร็ง จากผลการวิจัยพบว่า
เปลือกของแอ๊ปเปิ้ลแดงหนึ่งผล มีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่า
วิตามินซีถึง 820 มิลลิกรัม ซึ่งได้จากน้ำส้มคั้น 2 ควอตช์ ส่วนเปลือกมันฝรั่ง
อุดมด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปแตสเซียมและวิตามินบี 
มากกว่าที่ได้จากเนื้อของมันฝรั่ง ในปริมาณที่เท่าๆกัน ส่วนผิวส้ม 
ผิวมะนาวหรือมะกรูดมีสารดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง)
เทอปีน เฮสเพอริดีน มีฤทธิ์เป็นยาป้องกันการตกเลือด 
โดยเข้าไปลดความเปราะของเส้นเลือด
นอกจากนั้นยังมีสารคูมาริน เป็นสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย
และสารแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารสีเหลืองในเนื้อผัก 
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลดีต่อสุขภาพ
***** แม้ว่าเปลือกจะดีต่อร่างกาย แต่อย่างไรก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนทุกครั้ง*****

อย่าลืมว่าสุขภาพดี สร้างได้ด้วยตัวคุณเอง
รับรองห่างไกลจากโรคแน่นอน Confirm ค่ะ 

ข้อมูลอ้างอิง : วารสาร Healthy Living 


สุขภาพดีจากภายใน


การดูแลสุขภาพด้วยวิธีการง่ายๆ เพื่อให้ร่างกายดูสดใส มีชีวิตชีวา
เป็นคนที่มีบุคลิกดี อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ ต้องมาจากร่างกาย
ที่แข็งแรง เราจะดูดีได้ต้องรู้จัก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เพื่อส่งผลต่อสุขภาพภายนอกที่ดูดียิ่งขึ้น 
มีวิธีบำรุงผิวด้วยน้ำผลไม้ชั้นยอดมาฝากค่ะ

++++++++++++++++++++

น้ำผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณเป็นอย่างมาก
เมื่อดื่มแล้วยังช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นอีกด้วย 
การดื่มน้ำผลไม้เป็นการบำรุงผิวจากภายใน เมื่อสุขภาพดี
จะส่งผลมายังผิวพรรณของเรา และยังได้ประโยชน์มากกว่า
การบำรุงผิวจากภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว
มีน้ำผลไม้หลากหลายชนิด ที่พร้อมจะให้คุณเลือกดื่ม
เพื่อการบำรุงผิว หลายชนิดดังนี้

 ++++++++++++++++++


น้ำส้มคั้น



 อุดมไปด้วยวิตามิน C สูง และมีวิตามิน A วิตามิน B1 และ B2 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
ป้องกันโรคไข้หวัด มีความใกล้เคียงกับมะนาว

น้ำมะนาว



อุดมไปด้วยวิตามิน C สูง และวิตามิน B2 และแร่ธาตุชนิดอื่นๆ 
ป้องกันไข้หวัด และช่วยรักษาผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง

น้ำมะละกอ


อุดมไปด้วยวิตามินเอสูง สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก อาหารไม่ย่อย
เพราะมีเอนไซม์พาพาอิน (Papain) ช่วยย่อยสารโปรตีน
มีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ

น้ำแอปเปิล



อุดมไปด้วยวิตามิน A และ C แคลเซียมและกรดอินทรีย์ ช่วยให้เล็บแข็งแรง

น้ำมะเขือเทศ



ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ โรคหัวใจ อุดมด้วยวิตามิน A และวิตามิน C อีกทั้งยัง
มีสารไลโคปีนช่วยชะลอวัย

น้ำแตงโม



ช่วยล้างไตและขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี ช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณ 
อุดมไปด้วยวิตามิน A และเบต้าแคโรทีน

น้ำฝรั่ง



ช่วยป้องกันไข้หวัด สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยบำรุงผิวพรรณ 
อุดมไปด้วยวิตามิน C สูง

น้ำกล้วยหอม


ช่วยทำให้ระบบขับถ่าย ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 
ช่วยรักษาแผล ในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร
บำรุงผิวพรรณ นอกจากนี้ยังช่วยลดน้ำหนัก เพราะกล้วยหอมทำให้อิ่มเร็ว 




สวยครบสูตรแบบนี้ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ รับรองได้เลยว่าคุณจะรู้สึก
สดชื่นและมั่นใจว่าตัวเองดูดีอยู่เสมอ Confirm ค่ะ

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อิ่มอุ่น..ในคำให้พรของแม่

เมื่อวานนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ ทำให้ทุกคนตระหนักและนึกถึงบุญคุณ
ของแม่ผู้ให้กำเนิด และในวันนั้นเราเอง ก็ได้โทรไปอวยพรแม่
 เหมือนเช่นทุกๆปีที่ผ่านมาถือวันนี้เป็นวันพิเศษอีกหนึ่งวัน 
ที่ได้กล่าวขอบคุณทุกสิ่งที่แม่ได้ทำให้เรามาตั้งแต่เล็กจนโต
และกล่าวคำอวยพรให้แม่ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
 ทานยาตรงตามเวลาห้ามลืม หลังจากอวยพรแม่เสร็จ
 แม่ก็ให้พรกลับคืนมายาวมากๆ
จนแทบน้ำตาไหล เพราะเราไม่ได้อยู่ใกล้แม่ 
ได้ยินแต่เสียงผ่านสายโทรศัพท์ 
แม่แอบงอนเราเล็กน้อย ที่โทรไปอวยพรช้า
 เพราะทุกทีจะโทรไปตั้งแต่เช้าจะโทร
เป็นคนแรกในบรรดาลูก 3 คนของแม่ พอรู้ว่าแม่รอโทรศัพท์จากเรา 
เรายิ่งจะร้องให้น้ำตาคลอ
 เพราะรู้สึกผิด แต่ทั้งหมดแม่ก็เข้าใจว่าเราคงเหนื่อย 
และอาจจะนอนตื่นสาย เลยโทรมาช้า 
ที่รู้ว่างอนเพราะพ่อบอกว่า แม่ลืมเอาโทรศัพท์ไปด้วย 
ตอนที่แม่กับพ่อไปทำบุญที่วัดเมื่อเช้า 
มิน่าล่ะเราโทรเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับ รอจนสายๆ ค่อยโทรไปใหม่
 แม่ก็นึกว่าเรายังไม่โทรมา
เลยแอบน้อยใจเล็กๆว่าเราทำไมยังไม่โทรมานะ พอเราโทรไปอีกรอบ
 แม่ก็กลบเกลื่อนคุยเรื่องอื่นไปเราเลยรีบอวยพร แม่ก็พร่ำสอน
 และให้โอวาทเหมือนเช่นเคย 
เราเลยได้กำลังใจจากแม่มากองโต
ว่าทำอะไรให้ระลึกนึกถึงบุญคุณพ่อแม่ไว้นะลูก ทำตัวเป็นคนดี 
อย่าไปทำอะไรที่ไม่ดี ให้พ่อแม่เสียใจ
ดูแลตัวเองดีๆ ให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง หายจากอาการป่วยเร็วๆ  
และเจริญในหน้าที่การงานด้วยนะสาธุ
แม่ท่องคำอวรพร เหมือนพระเทศน์เลย เราฟังไปก็อมยิ้มไป
 ทุกปีเราจะส่งของขวัญไปให้แม่ทุกปี
ถ้าปีไหนไม่ได้ส่งรึติดงาน ก็รอส่งโอกาสถัดไป เพราะเรารักแม่ทุกวัน
 ไม่ใช่เฉพาะวันที่ 12 ส.ค วันเดียวเราทำแบบนี้ทุกปี
 เพราะรู้สึกว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน
 มีโอกาสทำอะไรเพื่อคนที่เรารักได้ก็ควรจะทำ
อย่ารอเวลา เพราะเราไม่รู้หรอกว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
 ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าและมีความสุขกับทุกคนที่คุณรักนะคะ 
ทำทุกวันเป็นวันที่ดีให้มีคุณค่าและเราจะจำวันนั้นตลอดไป 

มีบทเพลงนี้มามอบให้ทุกๆคน แทนความห่วงใยที่แม่มีต่อลูก ฟังเมื่อไหร่ไพเราะจับใจ


อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน





อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป

ใช่เพียงอิ่มท้อง
ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุน
ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน






วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปกป้อง + เสริมสร้าง + ซ่อมแซม

3  Ways  ดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ด้วยเคล็ดลับดีๆ ที่รู้แล้วต้องบอกต่อ
3  เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยคุณดูแลตนเอง ปกป้องตัวเอง
จากความเสื่อมโทรมด้วยผักผลไม้ 5 สี 
เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยวิตามินและเกลือแร่ 
ซ่อมแซมการทำงานของร่างกายด้วย
กรดอะมิโนจำเป็น ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ





อยากมีสุขภาพที่พร้อมลุยงาน ก็ต้องดูแลใส่ใจสุขภาพ
ของตนเองสม่ำเสมอมีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝากค่ะ 

ปกป้อง 
อันดับแรกต้องป้องกันร่างกายจาก "อนุมูลอิสระ"  ซึ่งเป็นวายร้ายที่คอย
ทำลายสุขภาพ สารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดก็คือ ผักผลไม้สีต่างๆ โดยเฉพาะ
สารไฟโทนิวเทรียน (Phytonutrient) ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจาก ผักผลไม้ 5 สี
ซึ่งประกอบด้วยสีม่วง สีเขียว สีขาว สีเหลืองและสีแดง

เสริมสร้าง

วิตามินและเกลือแร่รวมนับเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้
แข็งแรงและไม่เจ็บป่วยง่าย เพราะชีวิตในเมืองเป็นชีวิตที่เร่งรีบ
ทำให้ขาดเวลาในการรับประทานอาหารให้ครบถ้วน
และยังต้องเผชิญกับมลภาวะเป็นพิษต่างๆ ที่บั่นทอนสุขภาพ

การเสริมวิตามินและเกลือแร่รวม เช่น วิตามินเอ บี ซี ดี อี เค สังกะสี เหล็ก แคลเซียม
และอื่นๆ รวม 23 ชนิด นับเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมั่นใจ 
ได้ว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารเพียงพอ
กับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

ซ่อมแซม 
อาหารโปรตีนมีส่วนสำคัญ ในการช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
และยังเป็นแหล่งสำคัญของ กรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไปเท่านั้น และกรดอะมิโนก็ไม่สามารถ
เก็บสะสมไว้ใช้ต่อไปได้เหมือนอาหารพวกแป้งหรือน้ำตาล
ส่วนเกินจะถูกขับออกจากร่างกายทางเหงื่อ หรือปัสสาวะ ดังนั้นเรา
จึงต้องได้รับกรดอะมิโน ที่จำเป็นอยู่ตลอดเวลา 
เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ

***********************************



นี่แหละคือ 3 เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยคุณดูแลตนเอง ปกป้องตัวเอง
จากความเสื่อมโทรมด้วยผักผลไม้ 5 สี เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วย 
วิตามินและเกลือแร่ซ่อมแซมการทำงานของร่างกายด้วยกรดอะมิโนจำเป็น
ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณก็จะเป็น "เวิร์กกิ้งวูแมน"   
ที่พร้อมจะรับมือกับชีวิตในยุคนี้ แต่สำคัญเลย
ต้องทำทั้ง 3 อย่างพร้อมๆกันทุกวัน





สูตรน้ำคะน้า บำรุงสายตาต้านมะเร็ง

วันนี้มีผักคู่ครัวคนไทยที่ทุกคนรู้จักกันดี อย่างผักคะน้า
มาทำสูตรน้ำคะน้าที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนสูง
จึงอุดมไปด้วยวิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี
ที่เปี่ยมประสิทธิภาพในการบำรุงสายตา 
ช่วยต้านมะเร็ง บำรุงกระดูก และแก้กระหายน้ำ
สำหรับคนที่ไม่อยากดื่มน้ำคะน้าแยกกากล้วนๆ เรามีสูตรน้ำคะน้าที่ช่วย
เพิ่มรสชาติและคุณประโยชน์มาฝากค่ะ



ส่วนผสม

ต้นคะน้าหั่นท่อนเล็กๆ :  1 ถ้วยตวง
น้ำผึ้ง :   2  ถ้วยตวง
น้ำมะนาว : 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น : เศษหนึ่งส่วนสี่ช้อนชา 
น้ำสะอาด : 1 ถ้วยตวง 

วิธีทำ

1. ล้างต้นคะน้าให้สะอาด คั้นด้วยเครื่องแยกกากให้ได้แต่น้ำ 
หากไม่มีเครื่องแยกกาก ให้ตำในครกและกรองเอาแต่น้ำ 
2. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งดื่มได้ทันที 



อร่อยดีมีประโยชน์ Confirm ค่ะ

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แช่น้ำนมช่วยให้หลับสบาย

การอาบน้ำเป็นศาสตร์โบราณอย่างหนึ่งที่ช่วยดูแลและ
ฟื้นฟูสมดุลสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างอัศจรรย์


การได้อาบน้ำนมอุ่นๆ ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าคุณค่า
ทางด้านความงามตามคำร่ำลือที่มีมาแต่ครั้งพระนางคลีโอพัตรา
เพราะการอาบน้ำนมยังช่วยลดอาการวิตกกังวล
กระสับกระส่าย และช่วยให้อารมณ์สงบสมดุล ทำให้หลับง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังช่วยผ่อนคลายความเครียด และความตึงของกล้ามเนื้อ
ใครกำลังมีปัญหาเรื่องการนอน อยากให้นำสูตรอาบน้ำนี้ไปใช้ดูค่ะ
เพื่อสุขภาพการนอนหลับที่ดี ผูเขียนเองก็จะลองนำวิธีนี้ไปทำดูค่ะ
เพราะเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบนอนไม่หลับ 
อ่านเจอเคล็ดลับดีๆแบบนี้เลยนำมาบอกต่อคะ



ส่วนผสม 

1.  นมผง 3 ถ้วย 
2.  เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย 
3. น้ำผึ้ง ครึ่งถ้วย 
4. เอสเซนเชียลออยล์ 5 หยด
(กลิ่นที่แนะนำคือ ลาเวนเดอร์  คาโมมายล์ กุหลาบ และกระดังงา)

วิธีผสมน้ำอาบ 

1. ผสมนมผงและเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน  จากนั้นเติมน้ำผึ้ง 
คนส่วนผสมให้เข้ากันดี
2. อาบน้ำให้สะอาด เปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำ เทส่วนผสมที่ได้ลงไป 
คนจนส่วนผสมละลายน้ำแล้วเติมเอสเซนเชียลออยล์ลงไป 
3. แช่ตัว 20-30 นาที จากนั้นล้างตัวด้วยน้ำจนสะอาด ซับผิวให้แห้ง 

เพียงเท่านี้ก็เปลี่ยนคืนอันแสนกระสับกระส่ายให้เป็นคืนที่หลับสบายได้แล้วค่ะ
อย่าลืมไปลองทำดูนะคะ อาจจะหลับสบายจนไม่อยากตื่นไปทำงานก็ได้นะ

TIP

ระหว่างแช่ตัว ควรขัดผิวด้วยผ้าสำหรับขัดผิวไปด้วย 
เพื่อช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ผ่อนคลายความเครียดของกล้ามเนื้อ
และยังทำให้คุณค่าโปรตีนและวิตามินในน้ำนม
ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี สุขภาพผิวจึงดีขึ้นด้วย

*******************************

ประโยชน์อีกอย่างของน้ำนมที่จะแนะนำ คือการดูแลเล็บด้วยการแช่น้ำนมอุ่นๆ



ใครอยากมี เล็บ แข็งแรงฟังทางนี้ค่ะ มีวิธีที่จะทำให้  เล็บ ของสาวๆ แข็งแรงมาฝาก เพราะนอกจากสาวๆ จะบำรุง  เล็บ ด้วยการรับประทานอาหาร ที่มีธาตุเหล็กแล้ว ก่อนที่จะตัดหรือทาสีเล็บทุกครั้ง ควรจะแช่เล็บในน้ำนมอุ่นๆ สัก 10 นาที แคลเซียม ใน น้ำนม จะช่วยให้เล็บแข็งแรงและไม่เปราะหักง่ายด้วยล่ะ น้ำนม มีประโยชน์ทั้งภายในและภายนอกแบบนี้
รับรองว่าเล็บของสาวๆทุกคนต้องสวยและแข็งแรงแน่นอน Confirm ค่ะ 





วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดไม่ลับสำหรับฮูลาฮู้ปมือใหม่



คนที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักและรอบเอวใหม่ๆ ขอแนะนำให้ใช้ของเล่นวัยเด็ก
อย่างฮูลาฮุ้ปมาเป็นอุปกรณ์ค่ะ
เพราะฮูลาฮุ้ปช่วยเพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย ลดรอบเอว และหน้าท้องได้อย่างดี 
แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร มีเคล็ดไม่ลับ มาบอกค่ะ 



 
วิธีเลือกฮูลาฮู้ป
  1. ทำจากยางที่มีความนุ่ม
  2. มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม
  3. เส้นรอบวงของฮูลาฮู้ป ที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงประมาณ 280 เซนติเมตร
สำหรับผู้ชายประมาณ 300 เซนติเมตร หรือเมื่อวางฮูลาฮู้ปกับพื้นแล้วยกตั้งขึ้น ความสูงควรอยู่ระหว่างช่วงเอวถึงหน้าอก 
 
วิธีเล่น
  1. ยืนแยกเท้าเล็กน้อย ให้เท้าข้างที่ถนัดอยู่ล้ำไปข้างหน้ากว่า อีกเล็กน้อย
  2. ขณะหมุนฮูลาฮู้ปให้โยกเอวและสะโพกเบาๆ และถ่ายน้ำหนักขาอีกข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งอย่างเป็นจังหวะ
ผู้เขียนเคยลองเล่นมาแล้ว แต่โยกเร็วไปหน่อย เพราะมันสนุก จนได้รับบาดเจ็บบริเวณสะโพกเพราะลองหมุนบริเวณนั้นด้วย จนต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษา แต่ยังไม่หายปวด หมอแนะนำให้ทำกายภาพบำบัด จะทำให้เห็นผลรวดเร็วขึ้น ตอนนี้ก็ทำกายภาพบำบัดมาเป็นเวลา 12 วันแล้วค่ะ อาการปวดก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังไม่หายขาด ต้องระวังอย่าเดินบ่อย และห้ามยกของถือของหนัก จะทำให้เกิดอาการปวดเพิ่มขึ้น
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เป็นเรื่องที่ควรทำ แต่ขอเตือนว่าอย่าหักโหม เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ขอให้สนุกกับการเล่น ฮูลาฮูปนะคะ 




เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม
ที่ได้ทั้งความสนุก แถมลดพุงไปในตัวด้วย 
อย่ารอช้ารีบไปหาซื้อมาเล่นนะคะ
                                                 รับรองได้ผล Confirm ค่ะ
*************************
 

4 ข้อดีใช้สิทธิ์ลาพักร้อน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.. 2541 มาตรา 30 กำหนดว่า 
ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี มีสิทธิ์หยุดพักผ่อนประจำปีได้
ปีละไม่น้อยกว่าหกวันทำงานแต่หลายคนไม่ยอมปลีกตัวไปผักผ่อน 
เพราะมัวแต่ทำงานงกๆ กระทั้งสมองและร่างกายแสดงอาการอ่อนล้า
และเครียดจนล้มป่วยในที่สุด แบบนี้ต้องปล่อยวางสักพักและไปหาเวลาพักผ่อนกันบ้าง
รู้ไหมว่า การลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักร้อนมีประโยชน์หลายประการดังนี้ค่ะ





  1. ลดอาการออฟฟิศซินโดรม เนื่องจากการได้พักสายตา แขน ไหล่ หลังฯลฯ จากการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน
  2. เสริมสร้างพลังแห่งจินตนาการ การไปเปิดหูเปิดตาตามสถานที่ต่างๆ พบปะผู้คนแปลกหน้า หรือทำกิจกรรมใหม่ๆ ช่วยกระตุ้นความคิด จินตนาการ และเปิดมุมมองใหม่ๆที่สามารถ นำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้
  3. เพิ่มประสิทธิภาพผลการทำงาน หลังจากร่างกายและสมอง ได้พักผ่อนเต็มที่ จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และมีประสิทธิภาพ การทำงานเพิ่มขึ้น งานจึงมีประสิทธิผล
  4. มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น แม้จะเป็นการพักผ่อนในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ช่วยให้ได้ใช้เวลาทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ และมีโอกาสอยู่กับบุคคลใกล้ชิดนานขึ้น 


      ทราบข้อดีของการลาพักร้อนแล้วก็อย่านอนหลับทับสิทธิ์นะคะ ไปเติมพลังให้กับชีวิตและเห็นโลกในมุมกว้างมากขึ้น มีไอเดียใหม่ๆกลับมาสร้างสรรค์ และพัฒนางานของตนเองให้ดีขึ้นด้วยค่ะ 


ไปเติมพลังให้กับชีวิต ไปกิน ไปเที่ยว หรือพักผ่อนนอนฟังเพลงที่ชื่นชอบ ในบรรยากาศที่สดชื่นเป็นส่วนตัวที่ไหนสักแห่ง   เพื่อผ่อนคลายความเครียดและพร้อมกลับมาทำงานต่อ
ออกไปมองดูต้นไม้ ดอกไม้และวิวๆๆสวยในประเทศไทยกันนะคะ
เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายรอทุกคนมาเยือน เช่น ทะเลไทยของเรา










ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากวารสารชีวจิตค่ะ 
******************************************************

เคล็ดลับเลือกหมอนสุขภาพ

หมอนที่ดีที่สุดต้องช่วยให้ทั้งกล้ามเนื้อและจิตใจได้ผ่อนคลาย
เพื่อการนอนที่ดี จึงควรเลือกไส้หมอน
ที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติ ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกแบบชีวภาพ (organic)
ควรหลีกเลี่ยงหมอนที่ยัดใยสังเคราะห์ต่างๆ เช่น พอลิเอสเตอร์
เพราะทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายการเลือกหมอนสุขภาพแบบต่างๆ
มีข้อดีข้อด้อยดังนี้ค่ะ 







     1.  หมอนขนเป็ด ขนห่าน 

          จุดเด่น : หมอนชนิดนี้หนุนแล้วให้ความสบาย เพราะนุ่มที่สุด  
          จึงเหมาะกับคนที่ชอบนอนคว่ำ เพราะสามารถช่วยคลายความตึงที่คอและหลังได้
              สารก่ออาการแพ้ : ไรฝุ่นจากขนเป็ด – ขนห่าน อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้
              ดังนั้นจึงควรเลือกชนิดที่มีการทดสอบแล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้โดยจะมีคำว่า(hypoallergenic) 

         2. หมอนขนแกะ 

             จุดเด่น : เป็นหมอนเนื้อแน่นที่ทำจากใยธรรมชาติอื่นๆ หมอนชนิดนี้มักมีความหนา
             จึงทำให้คนที่ชอบนอนตะแคง หรือคนที่ชอบหนุนหมอนสูงรู้สึกสบาย ทั้งยังระบายอาการได้ดี 
     
               สารก่ออาการแพ้ : ขนแกะไม่เป็นที่สะสมของไรฝุ่น จึงเป็นหมอนในฝันของคนที่ไวต่อไรฝุ่น   อย่าง ไรก็ตาม ไม่แนะนำสำหรับ คนที่แพ้สาร (lanolin) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในน้ำมันที่หล่อเลี้ยงขนแกะ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ 

         3.หมอนผ้าฝ้าย 

    จุดเด่น : หมอนที่ยัดใยฝ้าย จะเป็นหมอนที่มีความนุ่ม ระดับปานกลาง ดีต่อคนที่ชอบนอนในท่านอนหงาย แต่มีข้อเสียอยู่ว่า หมอนที่ยัดใยฝ้ายนั้นยุบตัวเร็ว 
     
    สารก่ออาการแพ้ : เนื่องจากหมอนที่ยัดใยฝ้ายเป็นหมอนที่ทำความสะอาดง่ายและแห้งเร็ว จึงไม่ค่อยมีเชื้อราหรือแบคทีเรีย สะสม หมอนชนิดนี้จึงดีต่อคนที่เป็นโรคภูมิแพ้เช่นกัน
    1. หมอนยางพารา
    จุดเด่น : เป็นหมอนที่ช่วยพยุงคอ บ่า และกระดูกสันหลังส่วนบนได้ดี เพราะความนุ่มของหมอน สามารถช่วยกระจาย น้ำหนักศีรษะและร่างกายส่วนบนอย่างเหมาะสม จึงลดแรงกดที่จุดต่างๆได้ 
     
    สารก่ออาการแพ้ : หมอนชนิดนี้ไม่ค่อยเป็นที่อยู่อาศัยของไรฝุ่นและเชื้อรา 
    จึงดีต่อคนที่เป็นโรคหืด
    และภูมิแพ้ แต่อาจก่ออาการแพ้ ในคนที่แพ้อย่างพารา 

                                               หมอนแต่ละแบบ ก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป
    ยังไงก็เลือกให้เหมาะ กับความต้องการของแต่ละคนนะคะ อย่ารักพี่เสียดายน้อง
    ซื้อมาทุกแบบ จะไม่ได้ทั้งประโยชน์ แถมยังสิ้นเปลือเงินอีกด้วย
    รับรองว่าทุกคนจะหลับลึก
    ห่าไกลจากโรคแน่นอน confirm ค่ะ

    วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

    สูตรสมุนไพร แก้หายใจหวีด

    สำหรับคุณผู้อ่านที่มีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคหืด คงจะทราบกันดีว่า
    หายใจหวีดคือ อาการหายใจขัด ทำให้
    เกิดเสียงต่ำๆดังๆ ขณะหายใจออก ซึ่งนอกจากจะพบในผู้ป่วยโรคหืดแล้ว
    ยังพบในผู้ป่วยที่มีอาการหลอดลมอักเสบด้วย
    เรามีสูตรสมุนไพรเยียวยาอาการหายใจหวีดมาฝากทุกๆคนค่ะ พร้อมแล้วไปดูกัน


    ตัวยาประกอบด้วย 
     
    1. ใบมะขามสด 7 ส่วน
    2. เถาบอระเพ็ดสับเป็นชิ้นเล็กๆ 5 ส่วน
    3. เกลือทะเล 3 ส่วน








    วิธีปรุง
    โขลกตัวยาทุกชนิดรวมกันให้ละเอียด แล้วปั้นเป็นลูกกลอน 
    เก็บใส่ขวดโหลที่แห้งสนิท

    วิธีกิน

    กินเมื่อมีอาการ ครั้งละ 2-3 เม็ด กินแล้วนอนหลับลึก 
    ก็จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้เร็วขึ้น 

    ++++++++++++++++++++++++ 

    ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง: วารสารชีวจิต