วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Love is Blind


หลากโรคร้ายจากความรัก

กว่าสี่ร้อยปีมาแล้ว วิลเลียม เชกสเปียร์ จดจำประโยค Love Is  Blind
ลงในบทประพันธ์ นับตั้งแต่นั้นผู้คนต่างยึดถือประโยค ความรักทำให้คนตาบอด 
เป็นดั่งคำเตือน ถึงพิษสงของความรัก 


แม้ทางกายภาพความรัก จะไม่สามารถ ทำให้ดวงตามืดบอดได้จริง ทว่าปัจจุบันนักวิจัย
ค้นพบว่า ความรักมีพลังวิเศษ ส่งเสริมร่างกายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็มีอานุภาพ
ทำลายล้างสุขภาพให้เสื่อมถอย คล้ายกับว่าความรัก มีอำนาจเร้นลับ ชี้เป็นชี้ตายมนุษย์ได้
การทำความรู้จัก "ความรัก" ให้ครบทุกแง่มุมจึงอาจช่วยให้มนุษย์ นำพลังของความรัก
มาใช้ได้ถูกวิธีและ หลีกหนีด้านมืดของความรักได้

รักร้ายทำลายหัวใจ

 
หนังสือ The Heart Mind Connection กล่าวถึงผลเสียของความโกรธว่า
ทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ
และเกิดอาการเจ็บหน้าอก (Angina Pectoris) โดยมีการทดสอบผู้ชาย 1,305 คน
อายุเฉลี่ย 61 ปี ไม่มีประวัติป่วยเป็นโรคหัวใจพบว่า อารมณ์โกรธส่งผล
โดยตรงต่อการเกิดโรค ที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ
และจากการติดตามผล เป็นเวลากว่าเจ็ดปีพบว่า หากพวกเขายังไม่สามารถควบคุม
อารมณ์โกรธ ที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ พวกเขาจะมีความเสี่ยงสูง ต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ

นอกจากความโกรธแล้ว อารมณ์และความรู้สึกแง่ลบ จากความรักดังต่อไปนี้ 
ยังมีอิทธิพลทำให้เกิดโรค เกี่ยวกับระบบหัวใจได้เช่นกัน


ความเศร้าโศกเสียใจ  ความโศกเศ้รานำมาซึ่งความเครียด และความเครียด
ทำให้หัวใจเต้นและบีบตัวช้าลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ
จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด อาการหัวใจวายเฉียบพลัน หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย

                  #  ความวิตกกังวล  ความกังวลในตัวคนรัก เช่น ความหวาดกลัวว่าจะสูญเสียเขาไป
  หากเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว  ย่อมไม่เป็นปัญหา  แต่หากบุคคลนั้นมีอาการทางจิต
ซึ่งทำให้ไม่สามารถขจัดความรู้สึกนี้ ไปได้ในเวลาอันสั้น (Acute Anxiety Disorders)
และหากไม่ได้รับการเยียวยา ก็จะมีความเสี่ยงสูง ที่จะเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน 
เพราะชั่วขณะที่เกิดความรู้สึก กังวลอย่างรุนแรง หัวใจจะเต้นเร็ว 
ส่งผลให้หัวใจผิดจังหวะและบีบตัวไม่่ทัน
               #  ความเครียดเรื้อรัง  การหย่าร้างและผิดหวังในความรัก เป็นเหตุให้หลอดเลือด
ซึ่งนำไปเลี้ยงหัวใจแข็งตัวเป็นลิ่ม  ทำให้เกิดอาการเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตันในที่สุด
นอกจากความเครียดจากความรัก จะเป็นสาเหตุของโลกหัวใจแล้ว
อาการทางร่างกายและจิตใจ เมื่อผิดหวังในความรัก ยังก่อเป็นอาการของโรค
ที่เรียกว่า Broken Heart Syndrome หรือ Takotsubo Cardiomyopathy 
ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงชั่วคราว ส่งผลให้ผู้ป่วย
มีอาการเหมือนโรคหัวใจ หลังประสพภาวะตรึงเครียดรุนแรง
เช่น การสูญเสียบุคคลที่รัก โดยพบได้บ่อยในหญิงวัยกลางคน

จะขอยกตัวอย่างอาการอกหักจากความรัก ที่จำเป็นต้องพบหมอมาให้สังเกตุดังนี้ค่ะ

หลังผิดหวังจากความรักติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์
และมีอาการดังต่อไปนี้ตลอดเวลา ควรรีบไปพบแพทย์
อย่าลืมสังเกตุ เพื่อนหรือคนในครอบครัวของคุณนะคะ
ว่ามีอาการดังกล่าวนี้หรือไม่ เพื่อที่จะได้แก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น

#  รู้สึกซึมเศร้า หดหู่ ท้อแท้ ไม่มีกำลังใจทำอะไร
# อารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ฉุนเฉียวง่าย
# ไม่พูดคุยกับใคร
# กินไม่ได้ นอนไม่หลับ 
# น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
# มองตัวเองในแง่ลบ ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง และคิดฆ่าตัวตาย

 

ทราบถึงสาเหตุและโรค ที่เกิดจากความรักมาบ้างพอสมควรแล้วนะคะ
ต่อไปจะแนะนำวิธีการ ว่ารักอย่างไร ทำให้เราห่างไกลจากโรค
คุณหมอแนะนำวิธี "รักให้เป็น" เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ ที่อาจเกิดจากความรักดังนี้

1.   นับถือคุณค่าของตนเอง เพราะการที่คนรักจากเราไป ไม่ได้หมายความว่าคุณค่า
      ในตัวเราลดลงเพราะคุณค่าของคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ การเลือกของใคร 

2.   มีสติรู้ตัวเสมอ เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการยับยั้งอารมณ์ชั่ววูบ 
      เช่น ฆ่าตัวตายหรือทำร้ายร่างกายคนที่รัก

3.   ไม่คาดหวังในตัวคนรักมากเกินไป เพราะยิ่งความคาดหวัง ห่างไกลจากความ
       เป็นจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ทรมานมากขึ้น ควรยอมรับข้อเสียของเขาและ
       มองถึงข้อดีมากกว่า คาดหวังให้คนรักเป็นดั่งที่เราต้องการ

4.   หมั่นสื่อสารกับคนรักให้ถูกวิธี ปัญหาส่วนใหญ่ในชีวิตคู่ ส่วนหนึ่งเกิดมาจาก
       การที่แต่ละฝ่ายไม่สื่อสารกัน หรือสื่อสารกันผิดวิธี เช่น พูดในเชิงตำหนิ หรือประชดประชัน
       ทำให้อีกฝ่ายต่อต้าน และเกิดเป็นปัญหาครอบครัวในที่สุด


................................................................

ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตัวเอง 
และก็ไม่รับเอาสิ่งใดนอกจากตัวเอง
ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมถูกครอบครอง 
เพราะความรักนั้นพอเพียงแล้ว
สำหรับตอบความรัก
...............................



หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกคนนะคะ
 ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง :  วารสารชีวจิต







        
 






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น